วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

7 ข้อ เกี่ยวกับ “แมว” ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด

คราวนี้เกี่ยวกับเรื่อง “ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแมว และการดูแลแมว” ซึ่งความผิดพลาดส่วนใหญ่มักเกิดกับกรณีของการเลี้ยงแมวเป็นครั้งแรก โดยที่ไม่ได้ศึกษาให้ดี!!!
1. การตัดสินใจเลี้ยงแมวแบบใจเร็วด่วนได้ ไม่ดูถึงความสามารถในการดูแล แค่เห็นว่าลูกแมวน่ารักแล้วก็เอามาเลี้ยงทันที ทำให้น้องแมวที่น่าสงสารมักจบด้วยการถูกไปปล่อย ไม่ก็ลูกแมวไม่สบายตายไปด้วยความรู้ไม่เท่าถึงการ สำหรับน้องแมวที่โชคดีก็จะได้รับการหาบ้านใหม่ที่เหมาะสมกว่าเก่าให้อยู่
2. ไม่ทำหมันแมว หลายๆ คนจะคิดว่าเป็นการทรมานสัตว์ กว่าจะรู้อีกทีก็ทีลูกแมวที่บ้านเยอะแยะ ไม่สามารถเลี้ยงไหว ดีหน่อยก็หาบ้านใหม่ให้น้องแมว ในบางกรณีน้องแมวก็จะถูกนำไปปล่อยให้เป็นแมวจรจัด
3. เจ้าของแมวไม่ชอบพาน้องแมวไปหาหมอ เพราะ ชอบคิดว่า “หมอเลี้ยงยาน้องแมว” ไม่ก็คิดว่าแค่นี้เองเดี๋ยวก็หาย แต่บางครั้งโรคบางชนิดก็ทำให้แมวเสียชีวิตได้อย่างเฉียบพลันเช่นกัน ฉะนั้นที่สำคัญตรวจพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพประจำปีบ้างนะเมี๊ยววว
4. อาหารแมวที่ราคาถูก มักใช้ข้าวโพดเป็นแหล่งโปรตีน แต่แมวโดยธรรมชาติเป็นสัตว์กินเนื้อ และไม่เหมาะกับกินพวกธัญพืช ฉะนั้นคุณเจ้าของแมวทั้งหลายควรดูความเหมาะสมราคาเทียบกับคุณภาพของอาหารแมว เพื่อน้องแมวที่คุณรักมีสุขภาพที่ดี สมบูรณ์ค่ะ
5. การปล่อยแมวออกนอกบ้าน สำหรับในเมืองมีโอกาสที่จะเกิดอันตรายกับตัวแมว หรือแม้ติดโรคร้ายจากข้างนอก การเลี้ยงน้องแมวในบ้านอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสังคมเมืองในปัจจุบัน แถมเดี๋ยวนี้ยังมีทางเลือกมากมายในการทำให้ที่อยู่ในบ้านเป็นที่น่าอยู่สำหรับแมวด้วยน้า ทั้งน้ำพุแมว อุโมงค์แมว เยอะแยะไปหมดเล๊ยยย
6. ควรรักษาความสะอาดของห้องน้ำแมว หรือกระบะทรายแมว อย่าให้เกิดสกปรกจนเกิดกลิ่น อาจทำให้แมวไม่ชอบ จนเกิดปัญหาถ่ายเรี่ยราด แต่ถ้าหากน้องแมวเกิดฉี่เรี่ยราด โดยที่ห้องน้ำนั้นก็ยังสะอาด ให้สงสัยไว้ว่าแมวของคุณอาจจะมีปัญหากับระบบการขับปัสสาวะ ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน!!!

7. ต้องเข้าใจว่า นิสัยแมวแต่ละตัวไม่เหมือนกัน  น้องแมวจะแสดงออกในแบบฉบับของเค้าเอง เพียงเราให้ความรัก ดูแลเอาใจใส่ รับรองว่าน้องแมวต้องรักเพื่อนๆ แน่นอน แต่จะแสดงออกยังไงก็แล้วแต่น้องแมวนะเมี๊ยววว 

ที่มา:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=poneak&month=01-2014&date=19&group=7&gblog=46

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิธีง่ายๆ…..ในการคำนวณอายุแมว

 แมวก็เหมือกับคนเรา เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้มีอายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยยุคสมัยไปเปลี่ยนไปด้วยทำให้คนรักและดูแลเอาใจใส่แมวเป็นพิเศษ  จึงส่งผลทำให้แมวมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นแลมีอัตราการตายที่น้อยกว่าสมัยก่อน  ซึ่งถ้าเรารักและดูแลเอาใจใส่และเลี้ยงเขาเป็นอย่างดีรับรองได้ว่าแมวจะมีอายุมากกว่า 10 ปีอย่างแน่นอน  และรู้หรือไหมค่ะว่าแมวบางตัวมีอายุยืนได้ถึง 20 ปีกันเลยทีเดียว  ซึ่งใครหลายคนก็คงอยากจะรู้ว่า แล้วอายุกี่ปีของแมวเท่ากับกี่ปีของคน  แล้วตอนนี้แมวของเรามีอายุเท่าไรแล้ว  วันนี้เรามีคำตอบและวิธีการคำนวณหาอายุของแมวมาฝากกันค่ะ
วิธีในการคำนวณอายุของแมว  เริ่มจาก 1 ขวบแรกหรือ 1  แรกแมวจะเทียบได้กับคนที่มีอายุประมาณ 20 ปีค่ะ  ซึ่งในช่วงอายุ 1 ขวบของแมวนั้น  แมวสามารถที่จะเริ่มสืบพันธุ์และมีลูกได้แล้ว ซึ่งหลายๆ คนอยากให้น้องแมวเป็นเด็กเล็กและน่ารักแบบเด็กตลอดไป   แต่ตามธรรมชาติของการเป็นเด็กของแมวจะอยู่ในช่วงประมาณ 6-7 เดือนและจะมีช่วงอายุของความเป็นผู้ใหญ่ยาวนาน  ซึ่งหลังจากอายุ 1 ขวบของของแมวแล้ว   ทุกๆปีหลังจากนี้ก็จะคำนวณบวกเพิ่มเป็นอายุของคนที่ 4-5 ปี นั่นหมายความว่าเมื่อแมวอายุได้ 2 ขวบ แมวจะมีอายุจะเท่ากับคนเราที่มีอายุ 24 ปี กำลังอยู่ในวัยที่สดใสกันเลยทีเดียว  เมื่อ 3 ขวบก็จะมีอายุเท่ากับ 28 ปี และเมื่อไรที่แมวอายุครบ 10 ขวบ ก็จะเท่ากับคนที่มีอายุ 56 ปีที่อยู่ในวัยกลางคนและใกล้ที่จะเกษียณแล้ว  จากนั้นต่อไปแมวก็จะย่างเข้าสู่วัยชราอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นแล้วในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่น้องแมวอยู่กับเรานั้น ให้รักและดูแลเอาใจใส่เขาด้วยนะค่ะ  เพราะเราเลี้ยงเขาแล้ว อย่าปล่อยหรือละเลยเขาเป็นอันขาดเพียงเพราะเขาอายุเยอะเป็นอันขาด  ซึ่งแมวเองก็มีชีวิตจริงใจและความรู้สึกเหมือนกับคนเหมือนกัน
ที่มา:http://www.welikecat.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%86-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%93%E0%B8%AD%E0%B8%B2.html

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อุปนิสัย 7 ประการของแมว


อุปนิสัย 7 ประการของแมวที่คุณควรทราบ

ทำไมแมวชอบร้องเหมียวๆ

แมวจะทำเสียง นี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มรู้จักที่จะสร้างเสียงแบบนี้ ตั้งแต่เป็นลูกแมว ซึ่งจะส่งเสียงนี้ในยามที่ต้องการความอบอุ่นจากแม่แมว และเวลาที่หิวนม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดจากสมองสั่งการ ให้เกิดเสียงร้องจากการสั่นของกล้ามเนื้อช่องคอนั่นเอง แมวมักจะทำเสียงนี้ในขณะหลับซึ่งคล้ายๆ กับเสียงกรน ครั้งต่อไปหาคุณได้ยินเสียงนี้อีกคุณลองถามเค้าสิว่า เค้าต้องการอะไร


ทำไมแมวจึงรักที่จะนอน

"แมวขี้ เซา" เป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ พวกเค้าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับอย่างน้อย 17 ชั่วโมงาต่อวัน ซึ่งเป็น ลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่า ที่มักจะไม่ชอบออกล่าเหยื่อ หรือหาอาหารสักเอยู่ร้ท่าไหร่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแมวชอบที่จะนอนมากกว่า เจ้าแมวนอนหวดเอ๋ย


ทำไมแมวจึงชอบที่จะข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

พฤติกรรม การข่วนของแมวนั้น เกิดจากเหตุผลหลายอย่าง ประเด็นแรกนั้นการข่วนเป็นการฝนเล็บให้สวยงาม และแมวก็มีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น อีกทั้งพฤติกรรมนี้ยังเป็นการสร้างอาณาเขตของตัวเอง เพื่อป้องกันผู้บุกรุก
แมว มักจะข่วนเป็นแนวตรงกับเสาหรือต้นไม้ ดังนั้น เราจึงควรจัดเตรียมที่ไว้ให้เป็นสัดส่วน สำหรับการฝนเล็บของแมว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปที่อื่น ถ้าย้ายไปละฮึ่ม....จะข่วนไม่ให้เหลือ....


ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา

แมว มีต่อมกลิ่นทั่วร่างกายเช่น ริมฝีปาก, สีข้าง, หน้าผาก, หาง เป็นต้น กลิ่นจะกระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลียการแสดงอาการเช่นนี้ของแมวบ่งถึงความต้องการที่จะแสดงความเป็นเจ้าของคุณ หากแมวแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับคุณแล้ว จงภูมิใจได้ว่าเค้ารักคุณ


ทำไมแมวจึงต้องใช้ถาดทรายแมว

เพราะ แมวมักจะถ่ายบนถาดทรายเสมอ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ดี โดยเป็นสัญชาติญาณในการดำรงชีวิตในป่า เนื่องจากในป่า แมวจะมีพฤติกรรมหลบซ่อนศัตรูที่ไม่ให้ใครพบเห็น ถือเป็นพฤติกรรมที่ถ่ายทอดกันมาอย่าง
ยาวนาน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมแมวจึงต้องการถาดทรายไว้หลบซ่อนของเสีย อันเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมนี้


ทำไมแมวจึงชอบเลียขน

การเลีย สามารถกำจัดเศษขนที่หลุดล่วงและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการเจริญใหม่ของชั้นผิวหนังและขน ยิ่งกว่านั้นน้ำลายของแมวยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของเค้าด้วย ลูกแมวจะรู้จักการเลียขนตั้งแต่แรกเกิดโดยมีแม่แมวเป็นผู้จัดการสอนเลียขน ให้


"คุณควรตระหนักเสมอว่าแมวมีวิวัฒนาการธรรมชาติมาจากสัตว์ป่า ซึ่งอุปนิสัยเหล่านั้นยังคงอยู่ในร่างกายและจิตใจของแมวจวบจน ทุกวันนี้ คุณจึงควรให้ความรักและเข้าใจแมวของคุณ ร้องเรียกเหมียว... เหมียว... เดี๋ยวก็มา"
ที่มา:http://diaryand.exteen.com/20100517/entry

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

9 ร้านคาเฟ่แมว กรุงเทพฯ สำหรับคนรักน้องเหมียว

1.Cataholic Cafe ซอยเพชรบุรี
2.Purr Cat Cafe Club สุขุมวิท 53
3.Charming Cats Cafe and Pet Shop ลาดพร้าว
4.Makura Cat Cafe ศรีนครินทร์ 51
5.Chico Interior Products & Cafe สุขุมวิท 53
6.คาราแมว แคทคาเฟ่
7.The Coffee Cat สุโขทัยอเวนิว
8. Kitty Cat Cafe ทาวน์อินทาวน์
9.Caturday Cat Cafe ถนนเพชรบุรี

ที่มา:http://drink.edtguide.com/417805_9-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7-Catcafe-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%AF

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ไขประเด็นคาใจ...เพราะอะไรน้องหมากับน้องแมวไม่ถูกกัน


 น้องหมากับน้องแมวดำรงชีวิตอยู่เคียงข้างมนุษย์มาหลายพันปี เริ่มจากการเป็นหมาป่า แมวป่า แล้วพัฒนาจนกลายมาเป็นหมาบ้าน แมวบ้านในปัจจุบัน หากตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา การอยู่ร่วมในสังคมของสัตว์ทั้ง 2 ชนิดกลับไม่ได้รับการพัฒนาให้ความสัมพันธ์กระชับแน่นแฟ้นขึ้นแต่อย่างใด พวกเขายังคงไล่ล่า หลบหนี ยากที่จะเป็นมิตรต่อกันเมื่อแรกเห็น จนก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ถูกกัน ทำไมเจอกันทีไรต้องวิ่งไล่ ทำร้ายกัน แล้วจะทำอย่างไรถึงจะให้พวกเขายอมสมานฉันท์ ... บทความนี้พริกก็เลยจะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ค่ะ^^
 ตอนเด็กๆ เพื่อนๆ คงเคยเห็นน้องหมากับน้องแมวไล่กัดกันหไปมา ทั้งจากในการ์ตูน ในภาพยนตร์จนเราเข้าใจว่าพวกเขาเป็นคู่อริ อยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่ความจริงแล้วพวกเขาเป็นศัตรูกันจริงหรือไม่?.....หรือว่าเราเข้าใจอย่างนั้นกันไปเอง?.... 


     ธรรมชาติของน้องหมาเป็นสัตว์ขี้เล่น หวงถิ่น ต้องการแสดงอำนาจเหนือ  และมีสัญชาตญาณของนักล่าที่ติดมาตั้งแต่บรรพบุรุษที่เป็นหมาป่า มีดวงตาจับความเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยม จึงไวมากกับการไล่จับสัตว์ชนิดต่างๆ ที่วิ่งผ่านไปมาไม่เว้นแม้แต่น้องแมว หรือ น้องหมาด้วยกันเอง ยิ่งเป็นน้องหมาเด็กที่อยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น เวลาเห็นน้องแมวก็จะรู้สึกหมั่นเขี้ยว ตื่นเต้น สนุกกับการได้กระโดดไล่ล่า อยากเล่นด้วย จึงพุ่งเข้าหาแบบไม่คิดว่าจะเป็นชนวนให้เกิดศึกหรือได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การวิ่งไล่ของน้องหมาจะเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ ความคึกคะนองไม่ใช่การล่าเพื่อเจตนาทำร้าย หรือ เพื่อกินเป็นอาหาร แต่ก็อาจทำให้น้องแมวบอบช้ำ บาดเจ็บ และเสียชีวิตได้ เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นของน้องหมานั่นเอง


     ส่วนน้องแมวพวกเขามีขนาดตัวเล็กกว่าน้องหมา ธรรมชาติชอบอยู่นิ่งๆ โลกส่วนตัวสูง เวลามีแมลงหรือ สัตว์ที่ขนาดเล็กกว่าก็จะตะปบเล่นเป็นปกติ จนเมื่อมาเจอกับน้องหมาที่ตื่นตัวเกินเหตุกับทุกสิ่ง และมีขนาดตัวใหญ่กว่า เห่าขู่ ส่งเสียงดัง จ้องจะพุ่งเข้ามาหา โดยสัญชาตญาณน้องแมวจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อ จึงต้องวิ่งหนี และหาทางโจมตีเพื่อเอาตัวรอด ดังนั้น การที่คิดว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นคู่อริกัน เกลียดโกรธกัน โดยเผ่าพันธุ์จึงไม่ใช่ความจริงอย่างที่เราเข้าใจ ซึ่งถ้าพวกเขาได้รับเลี้ยงดูร่วมกัน ได้รับการฝึกที่เหมาะสม น้องหมากับน้องแมวก็สามารถปรับตัวได้ รักกันเป็นปกติสุขค่ะ ^^

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของคอนโดแมว

ประโยชน์ของคอนโดแมว กับเรื่องลับๆที่เหล่าทาสแมวควรรู้

การเลี้ยงแมว
 ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การให้อาหาร และการกำจัดของเสียของน้องเหมียวในทรายแมวไปทิ้ง แต่มันมีความหมายรวมไปถึงความรัก ความเอาใจใส่ และความห่วงใยในสุขภาพที่ดีของเหล่าแมวเหมียวอีกด้วย ถุงแม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วในช่วงชีวิตของแมว เวลามากกว่า 2 ใน 3 จะหมดไปกับการนอน แต่เมื่อยามที่ตื่นขึ้น เหล่าเหมียวๆเองก็ต้องการเล่น และขี้เบื่อไม่ได้แตกต่างไปจากคนเราสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเหล่าแมวที่ถูกเลี้ยงภายในสภาพแวดล้อมที่ปิด ไม่ได้ออกไปเดินเล่นท่องเที่ยวไปทั่วเหมือนกับแมวที่ถูกเลี้ยงในสถานที่เปิด ดังนั้นถ้าหากคุณไม่มีเวลาให้ เวลาเล่นกับแมวเลย พวกมันก็จะมีความเครียดสะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคอนโดแมวโดยส่วนใหญ่ มักถูกออกแบบมาเพื่อคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้สอยของแมวเป็นหลัก ดังต่อไปนี้



ประโยชน์ของคอนโดแมวที่คุณควรรู้
1.เป็นสถานที่ลับเล็บให้น้องเหมียว
            การลับเล็บเป็นธรรมชาติของแมว เพื่อให้เล็บมีความแหลมคมอยู่เสมอ และยังเป็นการบริหารข้อต่อไปด้วยในตัว ซึ่งปกติแล้วแมวมักที่จะมองหาสถานที่ที่สามารถในการใช้ลับเล็บได้ ถ้าหากคุณไม่ทำการจัดเตรียมสถานที่ในการลับเล็บเอาไว้ให้แล้วล่ะก็ น้องเหมียวก็จะทำการลับเล็บตามสถานที่ต่างๆที่เราไม่ต้องการ เช่น เกาอี้ หนังสือ หรือบนโซฟา เป็นต้น คอนโดแมวในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่แล้วมักที่จะถูกออกแบบมาให้มีที่ลับเล็บสำหรับแมวเหมียวมาให้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็น กระดาษลูกฟูก หรือเชือกป่านเส้นใหญ่ๆพันรอบบริเวรเสาของคอนโดแมว เป็นต้น
2.เป็นสถานที่ออกกำลังกาย
            โดยปกติแมวเองก็เป็นสัตว์ที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อระบายความเครียดที่สะสมอยู่ภายในตัวออกมาบ้าง คอนโดแมวที่มีหลายชั้น สามารถช่วยให้แมวสามารถวิ่งขึ้นลง กระโดดไปมา หรือทำการปีนป่ายระบายเอาแรงที่เหลือเฟือจากการนอนตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี
3.เป็นของเล่นแก้เบื่อ 
            โดยปกติแล้วคอนโดแมวยิ่งราคาสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีขนาดที่ใหญ่ และปริมาณของเล่นของเหล่าแมวเหมียวมากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น ซึ่งของเล่นแมวเหล่านี้จะช่วยทำให้น้องเหมียวมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน แก้เบื่อ ในยามที่คุณไม่ว่างไปนั่งเป็นเพื่อนด้วย


4.เป็นสถานที่พักผ่อน 
            คอนโดแมวถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะต่อการใช้เป็นสถานที่สำหรับนั่งๆนอนๆของเหล่าแมวเหมียว โดยส่วนมากเบาะรองในส่วนสถานที่พักผ่อนของแมวมักจะทำมาจากผ้าขนยาวนุ่มสบาย และภายในอุโมงค์ที่มีความอบอุ่น ในบางครั้งคอนโดแมวยังถูกใช้เป็นสถานที่หลบภัยของแมวเหมียวเวลาที่เกิดเสียงดัง หรือเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ได้อีกด้วย นอกจากนี้คอนโดแมวที่มีขนาดใหญ่ ยังเหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงแมวเป็นจำนวนหลายๆตัวอีกด้วย แต่ควรเลือกคอนโดแมวที่มีความแข็งแรงมากเพียงพอที่จะรองรับน้ำหนักของแมวจำนวนหลายๆตัวได้ด้วย
            เนื่องจากในปัจจุบันคอนโดแมวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มของผู้เลี้ยงแมวทำให้ราคาของคอนโดแมวค่อนข้างสูงมากทีเดียว แต่ที่จริงแล้วคอนโดแมวก็เป็นสิ่งที่คุณสามารถสร้างเองได้อย่างง่ายๆ โดยที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ส่วนวิธีการสร้างคอนโดแมวด้วยตัวเองนั้นจะทำได้อย่างไรนั้น จะขอทำการกล่าวถึงในบทความชิ้นต่อไปครับผม

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รู้จักแมวพันธุ์ไทยแท้ 23 ชนิด ที่ปัจจุบันเหลือแมวมงคลเพียง 4 ชนิด!


 หากพูดถึง แมว เราจะนึกถึงสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก น่ารัก ขี้อ้อนและแสนซนจนทำให้เจ้าของหลงรักและเลี้ยงไว้เสมือนเป็นสมาชิกหนึ่งในครอบครัว ซึ่งแมวนั้นก็มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่สำหรับแมวพันธุ์ไทยแท้ คนกลับไม่นิยมเลี้ยงเหมือนแมวพันธุ์ต่างประเทศ และแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า ปัจจุบันแมวพันธุ์ไทย เหลืออยู่เพียง 4 สายพันธุ์เท่านั้น คือ วิเชียรมาศ ศุภลักษณ์ โกนจา และสีสวาด
 

         ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่เด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องแมวไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดเสวนาเรื่อง "แมวไทย อีกสัญลักษณ์หนึ่งของชาติไทย"  ซึ่งได้มีการเผยแพร่ประวัติความเป็นมาของแมวไทยโบราณพันธุ์แท้ว่า ตามหลักฐานที่ปรากฏในสมุดข่อยโบราณ กล่าวไว้ว่าแมวไทยมีทั้งหมด 23 ชนิด เป็นแมวมงคล 17 ชนิด และแมวร้ายให้โทษ 6 ชนิด 

         แมวมงคล 17 ชนิด มีดังนี้

         1. นิลรัตน์ 

              ลักษณะ สีดำทั้งตัว รวมถึงเล็บ ลิ้น ฟัน ดวงตา และกระดูก หางยาวตวัดได้จนถึงหัว เลี้ยงไว้แล้วเชื่อว่าจะมีความเจริญ มีทรัพย์ ปราศจากอันตราย

         2. วิลาศ 

              ลักษณะ มีลำตัวสีดำจากคอไปตลอดท้อง จากสองหูไปจนถึงหางและขาทั้งสี่มีสีขาว ตาสีเขียว เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีเงินทองมากมาย


พันธฺุ์ศุภลักษณ์
         3. ศุภลักษณ์ หรือ ทองแดง 
                   
             ลักษณะ สีขนเป็นสีทองแดงตลอดตัว มีนัยน์ตาเป็นประกาย ใครเลี้ยงจักได้ยศถา ยิ่งพ้นพรรณนาเป็นอำมาตย์มนตรี

         4. เก้าแต้ม 

              ลักษณะ มีสีขาวเป็นพื้น มีแต้มสีดำเก้าจุดที่คอ หัว ต้นขาหน้าและหลังทั้งสองข้างและที่ท้ายลำตัว เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วจะรุ่งเรืองทางการค้าขาย

         5. มาเลศ หรือ แมวโคราช หรือ สีสวาด 

              ลักษณะ มีขนสีดอกเลาเปรียบเสมือนกับเมฆสีเทายามฟ้ายับฝน มีนัยน์ตาหยาดเยิ้มประหนึ่งน้ำค้างย้อยต้องกลีบบัว ใครพบเร่งให้อุปถัมภ์ แมวนั้นจักนำมาซึ่งสุขสวัสดิ์มงคล

         6. แซมเศวต 

             ลักษณะ  มีขนสีดำแซมขาว มีขนบางและสั้น รูปร่างเพรียว มีนัยน์ตาดั่งหิ่งห้อย เลี้ยงดีมีคุณหนักหนา จงเร่งหามาเลี้ยงเทอญอย่าแคลงสงสัย

         7. รัตนกัมพล 

             ลักษณะ ตัวขาวเหมือนหอยสังข์ แต่รอบตัวตรงส่วนอกมีลักษณะคล้ายสายคาดสีดำ ตาสีเหลือง เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะมียศ ผู้อื่นยำเกรง


พันธุ์วิเชียรมาศ
         8. วิเชียรมาศ 

             ลักษณะ เมื่อแรกเกิดมีขนสีขาวหมด พอโตขึ้นจะมีสีเปลี่ยนเป็นสีครีมอ่อน ๆ แต่ที่หน้า หาง เท้าทั้งสี่หูทั้งสองข้าง และที่อวัยวะเพศอีก 1 แห่งรวมเก้าแห่งมีสีน้ำตาล (สีเข้ม) มีนัยน์ตาประกายสีฟ้าสดใส เลี้ยงไว้มีคุณค่ายิ่งลำนักหนา จักนำโภคาพิพัฒน์สมบัติเพิ่มพูล

         9. นิลจักร 

              ลักษณะ มีลำตัวดำสนิท ที่คอมีขนสีขาวอยู่รอบเหมือนกับปลอกคอ เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะมีทรัพย์มาก

         10. มุลิลา 

              ลักษณะ ลำตัวดำ หูสองข้างมีสีขาว ตามีสีเหลืองเหมือนดอกเบญจมาศ เชื่อว่าแมวชนิดนี้เหมาะกับนักบวชเลี้ยงเพราะช่วยให้มีการเล่าเรียนดีสมปรารถนา

         11. กรอบแว่นหรืออานม้า 

              ลักษณะ มีปานลักษณะอานม้าบนหลัง เชื่อว่าแมวชนิดนี้มีราคาสูงถึงแสนตำลึงทองคำ และให้เกียรติยศแก่เจ้าของ

         12. ปัดเสวตรหรือปัดตลอด 

              ลักษณะ ตัวมีสีดำเป็นพื้น ตั้งแต่จมูกไปตามแนวสันหลังถึงปลายหางมีสีขาว ตาเหลืองคล้ายกับพลอย หากเลี้ยงไว้จะมีความเจริญมากกว่าคนในสกุลเดียวกันและได้ลาภยศ

         13. กระจอก 

              ลักษณะ ไม่กระจอกเหมือนชื่อ ลำตัวกลมมีสีดำ รอบปากมีสีขาว ตาสีเหลือง เลี้ยงแล้วเชื่อกันว่าจะได้ที่ดินเงินทอง ไพร่ก็จะได้เป็นเจ้านายคน

         14. สิงหเสพย์ หรือ โสงหเสพย์

             ลักษณะ ลำตัวมีสีดำ ที่ปาก รอบคอ จมูกมีสีขาว ตาสีเหลือง ท่าทางเดินสง่าเหมือนสิงโต เลี้ยงแล้วมีสิริมงคล

         15. การเวก 

              ลักษณะ ลำตัวสีดำ จมูกสีขาว ตาเป็นประกายสีทอง เชื่อกันว่าภายใน 7 เดือนที่ได้มาเลี้ยงจะได้ยศศักดิ์และลาภจำนวนมาก

         16. จตุบท 

              ลักษณะ ตัวสีดำ เท้าทั้งสี่มีสีขาว ตาสีเหลืองเหมือนดอกโสน เชื่อว่าให้คุณกับคนเลี้ยง แต่ไม่เหมาะกับคนทั่วไป สมควรเลี้ยงแก่บุคคลชั้นสูงหรือราชินิกูลเท่านั้น

         17. โกนจา หรือ ดำปลอด

              ลักษณะ มีสีดำละเอียด นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม หางเรียวยาว ท่าทางการเดินสง่าเหมือนสิงโต แมวนี้เลี้ยงดีมีคุณหนักหนา จงเร่งหามาเลี้ยงเทอญอย่าแคลงสงสัย
 


        แมวร้ายให้โทษ 6 ชนิด มีดังนี้ 

        1. ทุพพลเพศ 

              ลักษณะ มีขนสีขาว ดวงตาสีแดงดั่งโลหิตทาตาไว้ มีนิสัยไม่ดีชอบลักขโมยปลาไปกินทุกคำคืน ใครเลี้ยงไว้จะให้โทษไม่เป็นสุขเกิดความเดือดร้อนแรงผลาญ

         2. พรรณพยัคฆ์หรือลายเสือ 

              ลักษณะ มีขนลายเหมือนเสือ ลักษณะขนเหมือนชุบด้วยเกลือกับแกลบ มีนัยน์ตาสีแดงเจือสีเปือกตม มีเสียงร้องเหมือนเสียงผีโป่งร้องอยู่ตามป่าเขา ถือว่าเป็นแมวให้โทษอีกชนิดหนึ่ง

         3. ปีศาจ 

              ลักษณะ เป็นแมวที่กินลูกตัวเอง ออกลูกมากี่ตัวกินหมด ลักษณะขนสาก ตัวผอม หนังยาน โบราณจัดเป็นแมวร้ายอย่านำมาเลี้ยงไว้

         4. หิณโทษ 

              ลักษณะ เป็นแมวนำมาซึ่งสิ่งเลวร้าย นำภัยพิบัติมาสู่บ้าน ใครเลี้ยงไว้จะไม่เป็นมงคล ออกลูกมามักจะมีลูกตายอยู่ในท้อง

         5. กอบเพลิง 

              ลักษณะ เป็นแมวที่ลึกลับชอบซ่อนตัวหลบหลีกผู้คน พอมันเห็นคนมันจะเดินหรือรีบวิ่งหนี ใครเลี้ยงไว้จะมีโทษถึงตัว

         6. เหน็บเสนียด 

              ลักษณะ มีลักษณะเหมือนค่าง ชอบเอาหางขดซ่อนไว้ใต้ก้นเสมอ มีรูปร่างพิกลพิการ อย่าเลี้ยงไว้ในบ้านจะทำให้เสียชื่อเสียงและเกียรติยศ


        เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีการอนุรักษ์แมวไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันนี้แมวมงคลสูญพันธุ์ไปแล้วถึง 13 ชนิด หลงเหลือให้คนรุ่นหลังได้ชมเพียง 4 ชนิดเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่พันธุ์แมวไทยแท้เหลือน้อยลงทุกวัน เพราะคนไทยมองข้ามแมวไทยหันไปเลี้ยงแมวสายพันธุ์ของต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แต่สถานการณ์แมวไทยน่าเป็นห่วงเพราะเด็กและแม้แต่ผู้สูงอายุบางคนยังไม่รู้จักแมวไทย โดยราคาค่าตัวแมวไทยปัจจุบันจะอยู่ที่ 5,000-6,000 บาท

        ทั้งนี้ แมวไทยสามารถเพาะพันธุ์จำหน่ายทำเป็นอาชีพได้ เพราะตลาดต่างชาติให้ความสนใจ ตอนนี้ตลาดในญี่ปุ่นราคาซื้อขายตัวหนึ่งถึง 200,000 แสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งทาง คุณอิสริย รัตนะวีระวงศ์ ผู้ที่เพาะพันธุ์แมวไทยสีสวาดหรือแมวโคราช และเป็นเจ้าของ บุญมาก แมวพันธุ์สีสวาดราคา 250,000 บาท เผยว่า ปัจจุบันตลาดต่างประเทศนิยมแมวสีสวาดและแมววิเชียรมาศ ซึ่งได้รับการสั่งซื้อทั้งจากเอสโตเนีย เยอรมนี ญี่ปุ่น ส่วนสาเหตุที่ราคาแพงนั้น เนื่องจากเลี้ยงด้วยเนื้อวัวสด เลี้ยงในห้องแอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้โครงสร้างขนาดใหญ่พร้อมฝังไมโครชิปและทำวัคซีนให้ครบ มีใบรับรองหรือเพ็ดดีกรี ก่อนส่งมอบให้เจ้าของที่อายุ 4 เดือน

ที่มา:http://pet.kapook.com/view51597.html